สายโฟน Speaker cable และ Instrument cable อุปกรณ์ที่หน้าตาเหมือนกันแต่ไม่ควรใช้ทดแทนกัน

สาย Speaker cable ก็คือสายที่ใช้เชื่อมต่อจากหัวแอมป์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นหัวแอมป์กีตาร์หรือหัวแอมป์เบสไปเข้ากับคาบิเน็ตหรือลำโพงต่างที่ใช้คู่กับหัวแอมป์นั้นๆ ส่วนสาย Instrument cable หรือเรียกง่ายๆก็คือสายแจ็คเครื่องดนตรีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสายแจ๊คกีตาร์ สายแจ็คคีย์บอร์ด หรือแม้กระทั่งสายลิ้งค์ที่ใช้ต่อสัญญาณจากช่อง Thru ของ Direct box ไปเข้าแอมป์ต่างๆนั่นเองครับ

ซึ่งแม้สายสองประเภทที่ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน แต่ก็มีลักษณะที่คล้ายๆกัน เช่น มีหัวที่เป็นรูโฟนขนาด1/4 นิ้ว เหมือนกัน ขนาดของสายก็ใกล้เคียงกัน ซึ่งมันก็อาจสร้างความสับสนและชวนให้สงสัยอยู่ไม่น้อยสำหรับซับพลานยเออร์หรือเทคนิเชี่ยลมือใหม่ ว่าสายสองประเภทนี้มันใช้ทดแทนกันได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ควรใช้แทนกันเด็ดขาดนะครับ เพราะนอกจากจะทำให้เกิดเสียงรบกวน Noice ที่ไม่พึงประสงค์แล้ว ยังสามารถสร้างความเสียหายให้กับแอมป์ที่คุณรักได้ มาดูสาเหตุกันว่าเพราะอะไรนะครับ

สาย Speaker cable ถูกออกแบบให้รองรับพลังงานสูงและมีอิมพีแดนซ์ต่ำ สร้างขึ้นเพื่อส่งสัญญาณที่แรงจากหัวแอมป์ไปยังลำโพงคาบิเน็ต เป็นกระแสและแรงดันไฟ AC ที่ค่อนข้างสูง ด้านในประกอบด้วยตัวนำลวดสองเส้น และทั้งสองเส้นจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางค่อนข้างใหญ่ เพราะสายไฟที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กจะมีความต้านทานไฟฟ้าต่อการไหลของสัญญาณมากกว่า ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานในรูปของความร้อน ดังนั้นยิ่งสายไฟมีขนาดใหญ่ กระแสสัญญาณจากแอมป์ไปยังลำโพงก็จะยิ่งดีขึ้นนั่นเอง

ส่วนสาย instrument cable หรือสายแจ็คเครื่องดนตรีนั้น ถูกออกแบบให้รองรับพลังงานต่ำและมีอิมพีแดนซ์สูง มันถูกสร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดสัญญาณที่ยังไม่ได้ขยายจากเครื่องดนตรีไปยังแอมป์ต่างๆ เพื่อเพิ่มระดับจนถึงระดับที่ใช้งานได้ ส่วนประกอบด้านในจะต่างจาก Speaker cable คือประกอบด้วยสาย “บวก” หรือตัวนำเพียงเส้นเดียวและมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลง และชีลด์แบบถัก จากนั้นหุ้มด้วยฉนวนต่างๆ เพื่อป้องกันจะป้องกันการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้าจากภายนอก และมีปลอกหุ้มด้านนอกอีกชั้น ซึ่งสาย instrument cable ถูกออกแบบเพื่อให้รองกระแสไฟตรงที่น้อย มีแรงดันไฟฟ้าไม่มาก จึงขนาดสายไฟที่เล็กและน้ำหนักเบา เพื่อความยืดหยุ่นของสาย เหมาะกับการใช้งานที่นักดนตรีต้องมีการเคลื่อนไหวไปมาบนเวที

จะเกิดอะไรขึ้นหากใช้สายผิดประเภท

หากใช้สาย Speaker cable แทน instrument cable แม้จะมีตัวนำขนาดใหญ่ที่ดีต่อการไหลของสัญญาณ แต่ข้อเสียหลักๆของ Speaker cable คือตัวสายชนิดนี้ไม่ได้หุ้มฉนวน เพราะมันถูกออกแบบให้รองรับสัญญาณที่แรงและขยายอยู่แล้วจึงไม่ต้องป้องกันเสียงรบกวน ดังนั้นหากใช้เป็นสาย instrument cable เพื่อมารับสัญญาณที่อ่อน ตัวนำที่ไม่มีฉนวนหุ้มก็จะสามารถรับสัญญาณรบกวนต่างๆรอบตัว ทั้งสัญญาณจากคลื่นวิทยุรวมไปถึงสัญญาณรบกวนอื่นๆกลายเป็นได้สัญญาณที่เต็มไปด้วยเสียงรบกวนอย่างมหาศาล

และหากเพื่อนๆใช้สาย instrument cable เป็นสายลำโพง หากในระดับสัญญาณต่ำก็อาจจะยังไม่รู้สึกมากนัก แต่ในระดับสัญญาณที่สูงมันจะเริ่มมีปัญหาทันทีเพราะพลังงานของแอมป์จำนวนมากที่พยายามไหลผ่านตัวนำที่เล็กของสาย instrument cable จะทำให้กำลังแอมป์จำนวนมากนั้นถูกแปลงเป็นความร้อนส่งผลให้เอาต์พุตของลำโพงลดลง เกิดอาการเสียงผิดเพี้ยนหรือดิสทรอชั่น และที่ร้ายแรงที่สุดความร้อนที่ส่งไปอาจทำให้แอมป์หรือลำโพงของคุณเสียหายได้ ดังนั้นใช่สายให้ถูกประเภทจึงช่วยทั้งให้ได้สัญญาณที่ดีและยังช่วยลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับแอมป์หรืออุปกรณ์ที่คุณรักได้นะครับ ไว้พบกันบทความต่อไปครับ